---
title: "ซื้อหุ้นสหรัฐผ่านแอปไหนดี 2026? เทียบชัดๆ 4 แอปฮิต พร้อมทริคภาษีที่มือใหม่ต้องรู้!"
url: "https://trading.in.th/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%ab/"
type: "post"
author: "TradingInTH"
published: "2026-06-16T12:14:15+07:00"
modified: "2026-06-16T14:26:34+07:00"
excerpt: "ใครที่กำลังมองหาโอกาสสร้างความมั่งคั่งและอยากเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Apple, Microsoft, Amazon หรือ Nvidia บอกเลยว่าในปี 2026 นี้ การลงทุนในหุ้นอเมริกาไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือยุ่งยากอีกต…"
categories:
  - "โบรกเกอร์"
---

# ซื้อหุ้นสหรัฐผ่านแอปไหนดี 2026? เทียบชัดๆ 4 แอปฮิต พร้อมทริคภาษีที่มือใหม่ต้องรู้!

ใครที่กำลังมองหาโอกาสสร้างความมั่งคั่งและอยากเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Apple, Microsoft, Amazon หรือ Nvidia บอกเลยว่าในปี 2026 นี้ การลงทุนในหุ้นอเมริกาไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือยุ่งยากอีกต่อไปครับ! ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันเทรดหุ้นต่างประเทศในไทยที่แข่งขันกันดุเดือด ช่วยให้เราลงทุนได้ง่ายขึ้นแถมค่าธรรมเนียมยังถูกลงมหาศาล

วันนี้เราเลยขออาสาเป็นคนสรุปและเปรียบเทียบ **4 แอปพลิเคชันเทรดหุ้นอเมริกายอดฮิต** ที่ปลอดภัยและรองรับโดย ก.ล.ต. ไทย มาดูกันว่าสไตล์การลงทุนแบบคุณ เหมาะกับแอปไหนที่สุดครับ!



## เปรียบเทียบ 4 แอปเทรดหุ้นอเมริกายอดฮิต (อัปเดตปี 2026)

### 1. Dime! (ไดม์) - สวรรค์ของรายย่อย ทุนน้อยก็ลุยได้ 

![logo dime](https://trading.in.th/wp-content/uploads/2026/06/logo-dime.jpg)

- **เหมาะกับใคร:** มือใหม่หัดลงทุน, สาย DCA หรือคนที่มีทุนเริ่มต้นไม่เยอะ
- **จุดเด่น:** แอปนี้เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาให้รายย่อยโดยเฉพาะ เริ่มต้นใช้เงินแค่ 50 บาท ก็สามารถซื้อหุ้นอเมริกาแบบเศษส่วน (Fractional Share) ได้แล้วครับ
- **ค่าธรรมเนียม:** ใจป้ำสุดๆ ด้วยโปรโมชันฟรีค่าคอมมิชชัน 1 ครั้งต่อเดือน ส่วนครั้งต่อไปจะเริ่มต้นที่ 0.15% หรือ 0.01 USD ต่อหุ้น

### 2. Liberator (ลิเบอเรเตอร์) - สาย Hardcore เทรดบ่อยต้องรักสิ่งนี้

![logo liberator](https://trading.in.th/wp-content/uploads/2026/06/logo-liberator.jpg)

- **เหมาะกับใคร:** สายเทรด (Active Trader) ที่เข้าออกบ่อยๆ หรือคนที่มีวงเงินเทรดสูง
- **จุดเด่น:** เป็นแอปที่ทำโมเดลค่าคอมมิชชันออกมาคุ้มมาก มีให้เลือกแบบ "เหมาจ่ายรายเดือน" เพียง 999 บาท เทรดกี่ร้อยกี่พันรอบก็ไม่เสียค่าคอมฯ เพิ่มแล้ว นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์อย่าง Alpaca Securities ทำให้บัญชีของคุณได้รับความคุ้มครองจากหน่วยงาน SIPC ของสหรัฐฯ สูงสุดถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราวๆ 18.2 ล้านบาท) เลยทีเดียว
- **ค่าธรรมเนียม:** หากไม่อยากเหมาจ่าย ก็สามารถเลือกจ่ายตามจริงในเรตที่ถูกมาก เพียง 0.10% ครับ

### 3. InnovestX (อินโนเวสท์ เอกซ์) - ตัวท็อปเรื่องความครบเครื่อง พอร์ตใหญ่ต้องจัด 

![logo innovestx](https://trading.in.th/wp-content/uploads/2026/06/logo-innovestx.jpg)

- **เหมาะกับใคร:** นักลงทุนพอร์ตใหญ่, ต้องการกระจายความเสี่ยงไปหลายประเทศ
- **จุดเด่น:** แอปจากค่าย SCBX ที่โดดเด่นเรื่องระบบหลังบ้านที่เสถียรและไปได้หลายตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ฮ่องกง หรือยุโรป
- **ค่าธรรมเนียม:** อาจจะมีขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 4.99 USD ต่อรายการ (หรือประมาณ 0.08 USD/หุ้น) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากหากคุณเทรดด้วยเงินก้อนใหญ่

### 4. Webull Thailand (วีบูลย์) - น้องใหม่ไฟแรง กราฟจัดเต็มเพื่อสายเทคนิค 

![logo webull](https://trading.in.th/wp-content/uploads/2026/06/logo-webull.jpg)

- **เหมาะกับใคร:** สายดูกราฟ, นักวิเคราะห์ทางเทคนิค, และคนที่ชอบเทรดตลอดเวลา
- **จุดเด่น:** โบรกเกอร์ชั้นนำจากฝั่งวอลล์สตรีทที่ได้รับการจัดอันดับเป็นแอปเทรดอันดับ 1 ในไทย (เรตติ้งแอปฯ) มีอินดิเคเตอร์วิเคราะห์กราฟให้ใช้ฟรีกว่า 50 ตัว พร้อมฟีเจอร์ "ทดลองเทรด" (Demo) ให้ซ้อมมือก่อนลงสนามจริง และยังรองรับการเทรดหุ้นอเมริกาตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
- **ค่าธรรมเนียม:** เริ่มต้นที่ 0.10% - 0.15% (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา)



## ตารางเปรียบเทียบ(อัปเดตปี 2026)

### ประเภทสินทรัพย์ที่รองรับการซื้อขาย 

![ตารางเปรียบเทียบแอป อัปเดตปี](https://trading.in.th/wp-content/uploads/2026/06/ตารางเปรียบเทียบแอป-อัปเดตปี-2026-1024x1024.png)

### ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและโปรโมชั่น

![ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและโปรโมชั่น](https://trading.in.th/wp-content/uploads/2026/06/ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและโปรโมชั่น-2026-1024x1024.png)หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียมและโปรโมชันอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของแต่ละบริษัท นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแอปหรือเว็บไซต์ทางการก่อนตัดสินใจลงทุน



## 3 ข้อควรรู้ก่อนโอนเงินออกไปลุย Wall Street!

นอกจากการเลือกแอปแล้ว สิ่งสำคัญที่นักลงทุนหุ้นนอกต้องรู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง มีดังนี้ครับ:

### 1. รู้ทันเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน (FX Spread) 

เวลาเลือกแอป อย่าดูแค่ค่าคอมมิชชันที่ถูกเพียงอย่างเดียวนะครับ! ต้องเช็ก **"ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน" (FX Rate)** ตอนเราแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์ด้วย เพราะบางโบรกเกอร์อาจจะคิดค่าคอมมิชชันถูก แต่อาจไปแฝงอยู่ในส่วนต่างค่าเงินที่แพงกว่าได้

### 2. กฎหมายภาษีหุ้นต่างประเทศใหม่ (ทำยังไงให้ไม่เจ็บหนัก?) 

ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา กรมสรรพากรได้ปรับกฎใหม่ (ป.162/2566) โดยเราจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็ต่อเมื่อเข้าเกณฑ์ **3 ข้อพร้อมกัน** เท่านั้น คือ:

- มีกำไรเกิดขึ้นจริงจากการขายหุ้น (Realized Gain) ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป
- เราอาศัยอยู่ในไทยเกิน 180 วันในปีภาษีนั้น
- ทำการ **"โอนเงินกำไรก้อนนั้นกลับเข้าไทย"** ในปีภาษีใดๆ ก็ตาม

*\*ทริคสายเซียน:* สรรพากรเก็บภาษีเป็นรายธุรกรรม ไม่สามารถเอากำไรกับขาดทุนมาหักลบกันได้ หลายคนจึงใช้กลยุทธ์ "ถือยาวรอเกษียณ" คือปล่อยกำไรทบต้นไว้ในพอร์ตต่างประเทศ แล้วค่อยโอนกลับมาในตอนที่เราเกษียณหรือไม่มีรายได้ประจำแล้ว เพื่อให้ฐานภาษีเราต่ำที่สุดนั่นเองครับ!

### 3. อย่าลืมฟอร์ม W-8BEN ลดภาษีเงินปันผล! 

ปกติแล้วเงินปันผลจากหุ้นอเมริกาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายถึง 30% แต่ถ้าเรายื่นแบบฟอร์ม **W-8BEN** (เพื่อยืนยันว่าเราเป็นคนไทย) เราจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนนี้ลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 15% ครับ ซึ่งเดี๋ยวนี้โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ รวมถึง InnovestX, Liberator และ Webull มักจะจัดการให้ลูกค้าฟรีตั้งแต่ตอนเปิดพอร์ตเลย



## สรุปส่งท้าย

การลงทุนในยุคนี้ไร้พรมแดนจริงๆ ครับ ใครมีทุนน้อยลองโหลด **Dime!** มาจิ้มดู ใครสายกราฟเทรดรัวๆ ลองดู **Webull** หรือ **Liberator** ส่วนใครพอร์ตใหญ่สายแข็ง **InnovestX** ก็ตอบโจทย์สุดๆ

*"การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่เริ่มลงทุนเลยอาจจะเสี่ยงกว่าในยุคเงินเฟ้อ 2026 ครับ"* ศึกษาข้อมูลให้ดี วางแผนภาษีให้เป๊ะ แล้วไปลุยตลาดโลกกันเลย!
